โรบิน ฟัน แปร์ซี (ดัตช์: Robin van Persie, เสียงอ่าน: [vɑn ˈpɛrsi]; เกิดวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1983) เป็นนักฟุตบอลชาวดัตช์ ตำแหน่งศูนย์หน้าของเฟแนร์บาห์เช ในซูเปอร์ลีก ประเทศตุรกี นอกต่อไปยังเล่นเป็นปีกซ้ายได้อีกด้วย ufa1688
ฟัน แปร์ซีเป็นบุตรของคู่สามีภรรยาศิลปิน จึงได้รับการเลี้ยงดูฟูมฟักให้เป็นศิลปินตามรอยเท้าของผู้ให้กำเนิด แต่ฟัน แปร์ซีกลับเลือกที่จะเล่นฟุตบอลและได้เริ่มเล่นฟุตบอลกับเอส.เบ.เฟ. เอกแซ็ลซียอร์ (S.B.V. Excelsior) สโมสรดัตช์เล็ก ๆ แห่งหนึ่งโดยเป็นดาวเตะเยาวชนของสโมสรเมื่อปี ค.ศ. 2001 ต่อไปก็ได้เซ็นสัญญากับสโมสรฟุตบอลไฟเยอโนร์ด สโมสรดังประจำบ้านเกิดเมืองนอนของเขาเมื่อปี ค.ศ. 2002 ทำให้แปร์ซีมีโอกาสได้สัมผัสด้วยแชมป์ UEFA คัพ 2002 อีกด้วย ฟัน แปร์ซีเริ่มมีชื่อเสียงเนื่องจากเป็นดาวเตะอายุน้อยที่มีพรสวรรค์ แต่กลับมีปัญหาเรื่องวินัยกับไฟเยอโนร์ดแห่งนี้ จนแบร์ต ฟัน มาร์ไวก์ กุนซือที่เริ่มทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของเขาต้องการให้เขาย้ายสโมสร จนในที่สุดก็เป็นอาร์เซนอล (ภายใต้การคุมทัพของอาร์แซน แวงแกร์) ที่ยังเล็งเห็นถึงความสามารถที่แฝงอยู่ในตัวฟัน แปร์ซีอยู่ และได้ทำสัญญากับเขาเมื่อปี ค.ศ. 2004 ด้วยค่าตัว 2.75 ล้านปอนด์ นับต่อไปมา ฟัน แปร์ซีก็ช่วยให้อาร์เซนอลคว้าแชมป์คอมมิวนิตีชิลด์และเอฟเอคัพตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่มาค้าแข้งอยู่ที่ลอนดอน ต่อไปก็ได้รับรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำปีแห่งเมืองโรตเตอร์ดัมเมื่อปี ค.ศ. 2006 ยังไงก็ตาม ตลอดระยะเวลา 4 ปีแรกที่อยู่กับอาร์เซนอลนั้น เขาก็ไม่ได้มีโอกาสได้ลงสนามมากเท่าที่ควรเนื่องจากได้รับเดี้ยง แต่ยามใดที่พร้อมลงสนามก็มักจะได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริงเสมอ

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ สไตเกอร์เท้าซ้ายสัญชาติ เนเธอร์แลนด์ ที่จากอดีตศูนย์หน้าขวัญใจสาวกปืนใหญ่สู่การเป็นขวัญใจสาวกคู่แข่งคนสำคัญอย่างปีศาจแดง ออกมาประกาศอำลาเล้นทางฟุตบอลอาชีพที่เขาผ่านอะไรมามากมายในวัย 35 ปี และนี่เรื่องราวของชายที่มีพาสเวิร์ดสังหารประตูว่า “RVP”

ครอบครัวศิลปินและอาการไฮเปอร์ตั้งแต่เด็ก
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ปี 1983 “โรบิน” ได้ลืมตาดูโลกในครอบครัว “ฟาน เพอร์ซี่” โดยมีคุณพ่อชื่อ บ็อบ มีอาชีพช่างแกะสลัก ส่วนคุณแม่ชื่อ โฮเซ ราส มีอาชีพจิตกรและนักออกแบบอัญมนี ลือกันว่าหลัง โรบิน เกิดได้เพียง 2 อาทิตย์ มีหมอดูหญิงทักว่า “นักฟุตบอลชื่อดังถือกำเนิดขึ้นแล้ว เขาจะร่ำรวยและมีชื่อเสียง”
แน่นอนพ่อของเขา บ็อบ ไม่เชื่อเรื่องดังกล่าวในเวลานั้น แถมหลังต่อไปไม่นานชีวิตครอบครัวของเจ้าหนูโรบินต้องมีช่องว่างเกิดขึ้น เมื่อ บ็อบ และ โฮเซ ราส ต้องแยกทางกันอยู่ ซึ่ง โรบิน ในวัยย่าง 6 ขวบ ถูกส่งตัวไปอยู่กับพ่อที่จาฟฟ่าดวอร์สสตราต เนื่องจากเขานั้นดื้อและอยากอาศัยอยู่กับพ่อมากกว่า โดย โรบิน นั้นถูกหาว่าเป็น “อาการไฮเปอร์” หนทางเดียวที่ทำให้เขาสงบได้ก็คือใช้พลังงานในแต่ละวันให้หมด ซึ่ง โรบิน มักจะหมดไปกับ “ฟุตบอล”

เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลอาชีพ
ฟาน เพอร์ซี่ ได้ก้าวเข้าสู่บันไดขั้นแรกของการเป็นนักฟุตบอลได้สำเร็จ โดยเริ่มจากทีมเยาวชนของ เอ็กซ์เซลซิเออร์ ในวัย 14 ปี ก่อนที่ 2 ปีต่อมาจะถูก เฟเยนูร์ด ซึ่งเป็นทีมในดวงใจของเขาดึงตัวไป และประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ด้วยวัย 17 ปี เฟเยนูร์ด ตอนนั้นเป็นไปได้ด้วยผู้เล่นตัวฉกาจไม่ว่าจะเป็น ปิแอร์ ฟาน ฮอยจ์ดองก์ , ยอน ดาห์ล โธมัสสัน , ชินจิ โอโนะ และดาวรุ่งอย่าง โยฮัน เอลมันเดอร์ และ แบร็ตต์ เอเมอร์ตัน ในฤดูกาล 2001/02 ฟาน เพอร์ซี่ ลงเล่นไปถึง 17 เกม และหนึ่งในนั้นคือการคว้าแชมป์ UEFA คัพ พร้อมคว้ารางวัลผู้เล่นดาวรุ่งพรสวรรค์สูงของเนเธอร์แลนด์ไปครอง

นั่นทำให้ ฟาน เพอร์ซี่ ถูกหมายตาเป็นแข้งดาวรุ่งที่น่าจับตามองในทันที แต่ก็มีข้อเสียที่เล่าอ้างกันว่าตัวเขานั้นเจ็บง่าย แถมมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดีและทัศนคติที่ไม่ ok สักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้น ฟาน เพอร์ซี่ ก็จัดการกดไปทั้งสิ้น 21 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์ จากการลงเล่นให้ เฟเยนูร์ด 76 เกม ในระยะ 3 ฤดูกาล

ผู้สืบทอดอองรี
ในฤดูกาล 2004/05 ทีมแชมป์ พรีเมียร์ ลีก สมัยล่าสุดอย่าง ไอ้ปืนใหญ่ เริ่มมองหาพาร์ทเนอร์ เดนิส เบิร์กแคมป์ เพลย์เมคเกอร์เชิงสูงที่ถึงวัยโรยราแล้ว และจัดการเช็คบิล ฟาน เพอร์ซี่ มาร่วมทีม ด้วยค่าตัว 2.75 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญา 4 ปี แต่ดูจากตำแหน่งแล้ว อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องการสืบทอดตำแหน่ง เธียร์รี่ อองรี มากกว่า

ช่วงแรก ฟาน เพอร์ซี่ ยังต้องนั่งตบยุงในม้านั่งสำรองเป็นส่วนมาก แต่ด้วยการเดี้ยงของ อองรี ทำให้ ฟาน เพอร์ซี่ ได้มีโอกาสแสดงฝีเท้า และลงช่วย ไอ้ปืนใหญ่ ไปถึง 41 เกม ทำได้ 10 ประตู พร้อมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ตั้งแต่ฤดูกาลแรกในถิ่นไฮบิวรี่ (สมัยนั้น)

ในฤดูกาลถัดมา ฟาน เพอร์ซี่ โชว์ความร้อนแรงกดไป 8 ประตูจาก 8 เกมที่ลงเตะ จน ไอ้ปืนใหญ่ ต้องประเคนสัญญาฉบับใหม่ให้ทันที ฤดูกาล 2007/08 ฟาน เพอร์ซี่ ขยับขึ้นมาเป็นความหวังของปืนใหญ่เต็มตัว หลัง เธี่ยร์รี่ อองรี ตัดสินใจย้ายไป บาร์ซ่า และได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในช่วงที่ เชส ฟาเบรกาส เจ็บ แต่อาการเดี้ยงที่ถามหาเข้าอย่างไม่หยุด ทำให้ไม่สามารถลงช่วยประทุ้งประตูให้ทีมของ เวนเกอร์ ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

มาถึงฤดูกาล 2011/12 ฟาน เพอร์ซี่ นับเป็นปีทองสุดๆ กับ ไอ้ปืนใหญ่ เมื่อตัวเขาสลัดอาการเดี้ยงลงสนามไปถึง 48 เกม และสอยตาข่ายคู่แข่งไปกว่า 37 ลูก และทำได้อีก 14 แอสซิสต์ พร้อมคว้ารางวัลดาวซัลโว พรีเมียร์ ลีก ด้วยจำนวน 30 ประตู และกวาดรางวัลส่วนตัวมากมายเก็บเข้าบ้านของเขา แต่ถึงอย่างนั้นในแง่ความสำเร็จสโมสร ฟาน เพอร์ซี่ ล้มเหลวสุดๆ เมื่อ ไอ้ปืนใหญ่ ไม่สามารถคว้าแชมป์เข้าตู้สโมสรได้นับตั้งแต่คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ในปี 2005 นั่นทำให้เขาเลือกที่จะไม่ต่อสัญญาที่กำลังจะหมดลงกับ ไอ้ปืนใหญ่ และเป็นที่จับจ้องจากหลายสโมสรในทันที

คนทรยศ!?
วันที่ 15 สิงหาคม 2012 ฟาน เพอร์ซี่ หักอกสาวกปืนใหญ่อย่างจัง (ตอนนั้นแฟนปืนใหญ่น่าจะชินชาที่ต้องเสียผู้เล่นตัวหลักแทบทุกปี) เมื่อ แมนฯ ยู ประกาศซื้อตัว RVP ไปร่วมทีม ในขณะที่แฟนปืนต่างปวดใจที่เสียดาวซัลโวของพวกเขาไป ทางฝั่งแฟนผีก็ตั้งข้อสงสัยว่าจะคุ้มไหมกับเม็ดเงินกว่า 24 ล้านปอนด์ กับกองหน้าวัย 29 ปี

ซึ่งเรื่องนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หมายมั่นปั้นมือให้เป็น “นิวคันโตน่า” และให้คำตอบว่า “เขาสามารถเล่น ทำประตู เขามีความเร็ว และมีกายภาพที่ต่างจากผู้เล่นที่เรามีอยู่ นอกจากนี้ผู้เล่นดาวรุ่งยังสามารถเรียนรู้จากผู้เล่นยอดเยี่ยมอย่างเขา ลองดูสิ่งที่ คันโตน่า ทำสิ”

ก่อนหน้านี้ ฟาน เพอร์ซี่ เกือบย้ายมาเล่นให้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ตั้งปี 2001 แล้ว ตอนนั้น “ป๋ากี้” ส่งแมวมองไปซุ่มดูฟอ์มเขาตั้งแต่อายุเพียง 16-17 ปี แต่ท้ายที่สุดดีลดังกล่าวก็ไม่เกิดขึ้น และเป็น ไอ้ปืนใหญ่ ที่ได้ตัวไป

และเพียงฤดูกาลแรก ศูนย์หน้าดัตช์วัยย่าง 30 กระซวกประตูเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กยอดทีมโดนหมด โดยเฉพาะ ไอ้ปืนใหญ่ ที่โดนแบบไป-กลับเลยทีเดียว จนพาปีศาจแดงคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 20 ของสโมสร (30 ประตู) เป็นการส่งท้าย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ดึงเข้ามาร่วมทีม

เมื่อ ปีศาจแดง เข้าสู่ยุคสืบทอดกุนซือ ฟาน เพอร์ซี่ ก็ยังสามารถทำประตูได้เรื่อยๆ เพียงแต่ฟอร์มโดยรวมของทีมนั้นถดถอยลงเรื่อยๆ แถมด้วยวัยที่โรยราทำให้เขาตัดสินใจย้ายออกจากถิ่นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ไปเล่นให้กับยอดทีมในลีกตุรกีอย่าง เฟเนร์บาห์เช่ ในปี 2015

ทริกยิงประตูสุดปัง
หากสังเกตดีๆ ในช่วงที่ ฟาน เพอร์ซี่ กดประตูเป็นว่าเล่นให้ ปีศาจแดง ตัวเขาสวมใส่สตั๊ดที่ไม่เหมือนใคร ในเวลานั้นแม้ตัวเขาจะใช้รองเท้ารุ่น F50 adiZero ของ อาดิดาส แต่ชุดปุ่มสตั๊ดของเขากลับเลือกใช้แบบใบมีดจากรุ่น Predator adiPower ที่ตัวเขาเคยใส่จนยิงระเบิดตั้งแต่สมัยอยู่กับ ไอ้ปืนใหญ่ นี่อาจมีส่วนสำคัญให้กองหน้าดัตช์ทำประตูคู่แข่งได้อย่างมั่นใจ

ซึ่งเรื่องนี้คล้ายๆ กับเคสของ โทนี่ โครส ที่ชอบสวมสตั๊ดของ อาดิดาส รุ่น 11pro และ มัตต์ ฮุมเมิลส์ ที่ชอบสวมสตั๊ดที่มีวัสดุทำมาจากหนัง ซึ่งเสริมสร้างความมั่นใจและดึงความสามารถในการเล่นของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่นั่นเอง

ฟลายอิ้งดัตช์แมนตัวจริง
ฟาน เพอร์ซี่ ติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์มาตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี , 19 ปี และ 21 ปี แต่ด้วยการที่ เนเธอร์แลนด์ ชวดตั๋วไปเล่น ยูโร 2004 ทำให้ตัวเขาประเดิมชุดใหญ่ล่าช้าเล็กน้อยในปี 2005 กับ โรมาเนีย ก่อนจะทำประตูแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่ในอีกเกมต่อมาที่เอาชนะ ฟินแลนด์ 4-0

เขาเป็นส่วนหนึ่งในทีมกังหันลมในทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะ ฟุตบอลโลก 2010 ที่สามารถเข้าไปชิงชนะเลิศกับ สเปน ก่อนจะไปไกลได้เพียงแค่รองแชมป์ หลังโดน อันเดรส อิเนียสต้า ทำประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ 4 ปีต่อมา ฟาน เพอร์ซี่ ยังคงเป็นตัวหลักในทีม เขาจัดคนเดียว 3 ประตูใส่ ฮังการี ในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเกมนั้นถล่มไปถึง 8-1 และขึ้นแท่นเป็นดาวซัลโวตลอดกาลทีมชาติแซงหน้ากองหน้ารุ่นพี่อย่าง แพทริก ไคล์เวิร์ต ไปที่จำนวน 41 ประตู

ทัวร์นาเม้นท์ดังกล่าว ฟาน เพอร์ซี่ เป็นที่จดจำจากการพุ่งโหม่งสมฉายา “ฟลายอิ้งดัตช์แมน” ถอนแค้น สเปน ด้วยการถล่ม 5-1 จนคว้าอันดับสามลูกยิงสุดสวยประจำปี “ปุสกัส อวอร์ด” ไปครอง และจบด้วยอันดับสาม หลังเอาชนะ “เจ้าภาพ” บราซิล ไปได้ 3-0

ตัวเขาผ่านร้อนผ่านหนาวในทีมชาติจนรับใช้เกิน 100 นัด ยิงไป 50 ประตู แต่ด้วยผลงานที่ไม่สามารถนำทีมผ่านเข้าไปเล่น ยูโร 2016 รอบสุดท้ายได้ ทำให้เขายอมหลีกทางให้รุ่นน้องขึ้นมาแทนด้วยการประกาศอำลาทีมชาติ

ศูนย์หน้าวีรกรรมเยอะ
แค่การย้ายไปข้ามฟากจาก ไอ้ปืนใหญ่ ไปเล่นคว้าแชมป์กับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Manchester United ก็ถือว่าสร้างความเดือดดาลให้แฟนๆ ปืนใหญ่ไม่น้อยแล้ว ฟาน เพอร์ซี่ นับเป็นผู้เล่นอีกคนที่ค่อนข้างจะมีปัญหาเรื่องอารมณ์อยู่ไม่ใช่น้อย

ย้อนกลับไปในปี 2012 ตัวเขามีทะเลาะกับ ทิม ครูล นายด่านรุ่นน้องที่พยายามถ่วงเวลาในเกมที่ ไอ้ปืนใหญ่ พบ นิวคาสเซิ่ล จนแค้นขาดเข้าไปต่อว่ารุ่นน้องอย่างเร้าใจ และเป็นสาเหตุให้ทั้งคู่มองหน้าไม่ติดในการรับใช้ทีมชาติไปพักใหญ่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ฟาน เพอร์ซี่ โมโหขาด ซึ่งเรื่องที่เกิดล้วนแต่เกิดกับคนใกล้ตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นทะเลาะกับ อาบู ดิยาบี้ ออกสื่อ หรือใส่กับ เมมฟิส เดปาย จนแคมป์กังหันลมสะเทือน

นอกจากนี้ยังดีใจเย้ยใส่แฟน ไอ้ปืนใหญ่ หลังทำประตูให้กับ ปีศาจแดง ได้ หลังโดนแฟนทีมเก่าโห่ใส่ตอนคว้าแชมป์กับปีศาจแดง เจจ้าตัวจึงเอาคืนในฤดูกาลต่อมาเสียอย่างนั้น รวมถึงเย้ยใส่ โอกูซาน ออซยาคุป อดีตรุ่นน้องร่วมชาติและที่ ไอ้ปืนใหญ่ (ลูกครึ่งเนเธอร์แลนด์-ตุรกี ทุกวันนี้เลือกเล่นให้กับตุรกี) หลังทำประตูใส่ เบซิคตัส ทีมของ ออซยาคุป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งคู่กระทบกระทั่งกันตลอดทั้งเกมอีกด้วย

บั้นปลายอาชีพกับทีมบ้านเกิด
หลังเข้าสู่วัยโรยรา ฟาน เพอร์ซี่ ตัดสินใจย้ายไปเล่นให้ เฟเนร์บาห์เช่ ในปี 2015 ซึ่งตัวเขาใช้เวลา 2 ฤดูกาลกับที่นั่น ยิงไป 16 ประตู จากการลงเล่น 87 นัด รวมทุกรายการ ก่อนจะตัดสินใจย้ายกลับไปเล่น เฟเยนูร์ด อีกครั้งในช่วงบั้นปลายอาชีพ และเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ฟาน เพอร์ซี่ ในวัย 35 ปี ทำการประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาล 2018/19 ยุติการโลดแล่นบนเส้นทางฟุตบอลกว่า 20 ปีของตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *