ประวัติ Danny Drinkwater ( แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ) เกิดวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 1990 นักฟุตบอลชาว England  ความสูง 1.77 เมตร หรือ 5 ฟุต 10 นิ้ว ตำแหน่งห้องเครื่องแดนกลาง ทุกวันนี้เล่นให้กับสโมสรแอสตันวิลล่า เป็นดาวเตะสัญญายืมตัวจากสิงห์สำอางสวมเสื้อหมายเบอร์ 4    ufa1688           แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ เริ่มต้นเข้าสู่วงการฟุตบอลด้วยการเล่นให้กับสโมสรเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ถึงปี 2008 หลังต่อไปได้เลื่อนขึ้นมาค้าแข้งให้กับสโมสรอาชีพ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในปี 2008-2012 ต่อไป 4 ปีต่อมาได้ถูกยืมตัวให้ไปเล่นกับสโมสร ฮัดเดอส์ฟีลด์ทาวน์ แบบยืมตัว ในปี 2010-2011 คาร์ดิฟฟ์ซิตี้ ยืมตัวมาเล่นให้กับสโมสรในปี 2010-2011 ต่อมาปี 2011 เล่นให้กับ วัตฟอร์ด แบบสัญญายืมตัว ต่อมาปี 2011-2012 เล่นให้กับเบิร์นลี่ย์ แบบยืมตัว ในปี 2012-2020 และในปี 2020 ได้เล่นให้กับสโมสรแอตตันวิลล่า ซึ่งเป็นสโมสรทุกวันนี้และเป็นแบบนักเตะสัญญายืมตัว      Danny Drinkwater เริ่มเล่นฟุตบอลในนามทีมชาติ England ครั้งแรกในปี 2007-2008 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี , ปี 2008-2009 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ปี 2016 เข้าร่วมเล่นฟุตบอลทีมชาติเมืองผู้ดีครั้งแรก  แดนนี่ ดริ้งค์วอเทอร์ (Danny Drinkwater) เป็นชาวเมืองแมนเชสเตอร์โดยกำเหนิด และเข้าร่วมอะคาเดมี่ของ แมนฯ ยู ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ต่อไปก็พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับสัญญาเป็นนักเเตะฝึกหัดของสโมสรเมื่อปี 2006 โดยหลังต่อไปตัวเขาก็เป็นตัวหลักของทีมยู-18 มาโดยตลอดและขึ้นชั้นมาเล่นในทีมสำรองในฤดูกาลเดียวกัน ซึ่งชอตประทับใจเกิดขึ้นเมื่อ ดริ้งค์วอเตอร์ ลงสนามไปยิงประตูชัยใส่ หงส์แดง ในศึกแลงคาเชียร์ ซีเนียร์ คัพ เมื่อปี 2008

ช่วงท้ายฤดูกาล 2008-2009 มิดฟิลด์รายนี้ถูกใส่ชื่อเป็นตัวสำรองในทีมชุดใหญ่ ในเกมที่ ปีศาจแดง เจอกับ ฮัลล์ ซิตี้ แต่ในท้ายที่สุด ดริ้งค์วอเตอร์ ก็ไม่ได้ลงไปสัมผัสเกมแต่อย่างใด ซึ่งฤดูกาลต่อมาตัวเขาถูกส่งไปให้กับทีมอื่นๆยืมตัวใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น ฮัดเดอร์สฟิลด์, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ วัตฟอร์ต และ บาร์นสลี่ย์ ก่อนจะมาได้เป็นฝั่งฝากับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2012 โดยผลงานของ ดริ้งค์วอเตอร์ ในรั้ว คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม นั้นถือว่ายอดเยี่ยมเมื่อกลายเป็นหัวสำคัญในแดนกลางของทัพ จิ้งจอกสยาม การันตีจากการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนธันวาคม 2013 ต่อด้วยการคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของศึก เดอะ แชมเปี้ยนส์ชิพ  England  เคียงข้างกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล และ เวส มอร์แกน LC7746-1356

นอกจากรางวัลส่วนตัวเท่านั้นที่ได้รับ ดริ้งค์วอเทอร์ ยังช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนสชิพ สำเร็จ พร้อมกับเลื่อนกลับขึ้นไปเล่นในศึก Premier League  เมืองผู้ดี ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยฤดูกาลแรกในลีกสูงสดไม่เป็นที่น่าจะจดจำนักสำหรับมิดฟิลด์เลือดผู้ดีรายนี้ แต่พวกเขาสามารถกลับมาได้อย่างยิ่งใหญ่ฤดูกาลต่อมา

ดริ้งค์วอเทอร์ ยังคงเป็นกำลังของ เลสเตอร์ ในฤดูกาล 2015-2016 แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจาก ไนเจล เพียร์สัน มาเป็น เคลาดิโอ รานิเอรี่ ก็ตาม ความขยัน ความทุ่มเท และเลือดนักสู้ที่ไม่เคยกลัวใครตามคอนเซปต์สโมสรทำให้เขายังคงรักษาตแหน่งของตัวเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น นอกจากนี้การเข้ามาของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสยิ่งทำให้ ดริ้งค์วอเทอร์ เล่นง่ายและโดดเด่นขึ้น ซึ่งจากผลงานกับสโมสรที่ยอดเยี่ยมทำให้ รอย ฮอดจ์สัน กุนซือชาติ England  เรียกตัวแข้งรายนี้ติดทัพ สิงโตคำราม ชุดใหญ่ครั้งแรก เมื่อเดือนมีนาคม 2016 ก่อนจะได้รับโอกาสลงสนามในเกมที่ทีมชาติเมืองผู้ดี แพ้ ทีมชาติฮอลแลนด์ 1-2 ซึ่งเกมนั้น ดริ้งค์วอเทอร์ ได้รับเลือกให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์

สำหรับฤดูกาลที่ผ่านมา ดริ้งค์วอเทอร์ พลาดการรับใช้สโมสรไปเพียง 3 เกมเท่านั้น และนับเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เปลี่ยนแปลงตัวเองจากทีมที่ดิ้นรนหนีการตกชั้น มาเป็นทีมแชทป์ Premier League  เมืองผู้ดี อย่างในฤดูกาลทุกวันนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *